พม.รายงานความคืบหน้าการเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กับ รายชื่อในฐานข้อมูลลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐต่อคณะรัฐมนตรี

14 May 2561

          พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า ตามท่ีคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘ ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ดาเนินงานโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เพื่อลด ความเหลื่อมล้าทางสังคม สาหรับเด็กท่ีอยู่ในครอบครัวยากจนหรือเสี่ยงต่อความยากจน โดยปีแรกที่ดาเนินการ คือ ปีงบประมาณ ๒๕๕๙ รัฐบาลให้เงินอุดหนุนแก่เด็กท่ีเกิดระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๕๙ รายละ ๔๐๐ บาทต่อเดือน เป็นเวลา ๑๒ เดือน ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ดาเนินโครงการ ต่อเนื่อง โดยขยายเวลาให้เงินตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุครบ ๓ ปี และเพิ่มเงินเป็นเดือนละ ๖๐๐ บาท ตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๖๐ เป็นต้นมา

          พลเอกอนันตพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีที่สามของการดาเนินงานโครงการ (ปีงบประมาณ ๒๕๖๑) คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันท่ี ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เห็นชอบให้ยกเลิกเงื่อนไขท่ีกาหนดว่าผู้มีสิทธ์ิได้รับเงินอุดหนุน เพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดต้องไม่เป็นผู้อยู่ในระบบประกันสังคม โดยให้สิทธิ์แก่ครอบครัวเด็กที่ยากจนแต่บิดามารดาเด็ก มีประกันสังคมสามารถมาลงทะเบียนได้ และให้กระทรวง พม. พิจารณาความเหมาะสมในการเชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูล ผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ มาใช้เป็นเกณฑ์กาหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการฯ และ ปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบและรับรองสิทธ์ิจากการตรวจสอบข้อมูลผู้ท่ีรับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กเทียบกับฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (เฉพาะผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท/ปี) ร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่า จำนวน ๑๗๒,๕๑๕ คน ไม่มีรายชื่อในฐานข้อมูลลงทะเบียนแห่งรัฐ เนื่องจากการกาหนดคุณสมบัติ อายุฐานรายได้ และช่วงเวลาการรับลงทะเบียนไม่ตรงกัน ดังนั้น จึงยังไม่สามารถจะนาข้อมูลจากฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยตาม โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ มาใช้เป็นเกณฑ์กำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดได้ทันที จะต้องมีการปรับปรุงข้อมูลให้สอดคล้องกันก่อน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ โดย กรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบและรับรองสิทธิ โดยเพิ่มเติมข้อมูลสำหรับผู้ลงทะเบียน และผู้รับรองสิทธิ ในระเบียบกรมกิจการเด็กและเยาวชน ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด พ.ศ. ๒๕๖๐ รวมทั้งปรับปรุงแบบฟอร์มการลงทะเบียนต่างๆ ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ เป็นต้นไป ดังนั้น ผู้ที่รับสิทธิไปแล้วแต่ไม่ได้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่รับลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตน และรับรองข้อมูลตามที่กาหนด ภายใน ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๑ โดยระหว่างนี้จะยังจ่ายเงินอุดหนุนไปก่อน หลังจาก ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๑ จะมีการพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับอีกครั้งหนึ่ง 

          พลเอกอนันตพร กล่าวทิ้งท้ายว่า การดาเนินการดังกล่าว เพื่อให้ประเทศไทยได้มีระบบสวัสดิการสังคมที่มีประสิทธิภาพ และลดความเหลื่อมล้าทางสังคมได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กที่เกิดในครอบครัวที่ยากจน ถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพราะทาให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการฝากครรภ์ แม่และเด็กได้เข้าถึงบริการสาธารณสุข และบริการสวัสดิการอื่นๆ อาทิ การส่งเสริมด้านอาชีพ การให้ความรู้การเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการเด็กโดยให้การอบรม/ ส่งข้อความในมือถือ เป็นต้น อีกทั้งเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่จาเป็นในการเลี้ยงดูเด็ก ในครอบครัว ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้ว จานวน ๔๕๕,๗๐๗ ราย ใช้งบประมาณไปแล้วทั้งสิ้น ๓,๓๕๘,๕๑๘,๔๐๐ บาท ซึ่งกรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินผ่านระบบ e-payment และระบบพร้อมเพย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ได้รับสิทธิโดยตรง 

Tag :