สสส.กับการสร้างสุขภาวะเด็กปฐมวัย

24 พฤศจิกายน 2561

 

     สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว (สำนัก 4) ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินงานด้านการพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัว เพื่อให้เด็กทุกช่วงวัยได้รับการดูแลครอบคลุมในมิติของสุขภาพกาย จิต สังคม และปัญญา สอดคล้องกับนโยบาย “การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต” ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาวะของเด็กปฐมวัยเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึง 8 ขวบตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก

     เมื่อเร็วๆ นี้ สสส. ได้จัด “เวทีสานพลังเพื่อสุขภาวะเด็กปฐมวัย ครั้งที่ 1” โดยมีภาคีเครือข่ายดำเนินงานด้านเด็กปฐมวัยจากโครงการและหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม ทั้งด้านการยกระดับคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ด้านการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ด้านการผลักดันนโยบายเพื่อเด็กปฐมวัย และหน่วยงานด้านงบประมาณ

     นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว (สำนัก 4) สสส. กล่าวว่า สสส. มีบทบาทในการกระตุ้น หนุนเสริม และสานพลังภาคีเครือข่ายซึ่งการจัดประชุมครั้งนี้จะช่วยให้ภาคีเครือข่ายมีพื้นที่กลางเพื่อพบปะ แลกเปลี่ยนแบ่งปันองค์ความรู้ บทเรียนการทำงาน ประสบการณ์ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคและการก้าวข้ามในการขับเคลื่อนงาน รวมถึงเพื่อชักชวนกันผนึกกำลังขับเคลื่อนวาระสำคัญเพื่อเด็กปฐมวัย  โดย สำนัก 4 มีแนวทางในการขับเคลื่อนสุขภาวะเด็กปฐมวัยผ่าน 3 มิติงาน คือ

    1) พัฒนาองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้ เช่น องค์ความรู้เรื่องพัฒนาการของเด็กปฐมวัย (Early Child Development) การพัฒนาทักษะสมอง (Executive Function) เพื่อให้ผู้ดูแลเด็กในครอบครัว สถานพัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียน เกิดความรู้และมีทักษะที่ถูกต้องในการเลี้ยงดูเด็ก

     2) ยกระดับมาตรฐานการดูแลเด็กปฐมวัย ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือ สถานพัฒนาเด็กเล็ก ให้สามารถจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ขณะนี้เกิดศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ 23 แห่งกระจายอยู่ทุกภูมิภาค และ เกิดเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ตามจังหวัดต่างๆ และ

     3) สนับสนุนการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่มุ่งสร้างเสริมสุขภาวะของเด็กปฐมวัย อาทิ นโยบายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย

        นางสาวสิทธิอาพร เชยนาค ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานว่า โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เป็นนโยบายสำคัญระดับชาติตามแผนบูรณาการการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ซึ่งเป็นการสร้างระบบคุ้มครองทางสังคม (Social Protection) โดยจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนให้กับเด็กแรกเกิดในครัวเรือนยากจนหรือเสี่ยงต่อความยากจน รวมทั้งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เป็นการประกันสิทธิให้เด็กที่อายุ 0-3 ปี ได้รับสิทธิคนละ 600 บาท/เดือนโดยตรง ทั้งด้านการอยู่รอด การสร้างช่องทางให้เด็กเข้าถึงสิทธิในเรื่องอื่นๆ เป็นมาตรการให้พ่อแม่นำเด็กเข้าสู่ระบบบริการของรัฐ เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเงินในส่วนนี้สามารถนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ทั้งด้านสุขภาพ โภชนาการ เครื่องนุ่มห่ม และอุปกรณ์เครื่องมือในการกระตุ้นพัฒนาการเด็ก ซึ่งผู้ขอรับสิทธิ์ต้องมีรายได้ครัวเรือนหารเฉลี่ยสมาชิกไม่เกินคนละ 3,000 บาท/คน/เดือน หรือ 30,000 บาท/คน/ปี

     “เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า อยากให้ขยายฐานอายุการรับเงินอุดหนุน จาก 0-3 ปี เป็น 0-6 ปี ซึ่งเร็วนี้ๆ จะนำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) พิจารณาแนวทาง 1) จัดสรรให้เด็ก 0-6 ปีในครอบครัวที่ฐานรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี หรือ 2) จัดสรรให้เด็ก 0-6 ปี แบบถ้วนหน้า รวมถึงปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำแอปพลิเคชั่น ‘ตามสิทธิ ตามสุข’ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านข้อมูลเงินอุดหนุนฯ แก่ประชาชน” ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนฯ กล่าว

     ด้าน นางสุนี ไชยรส ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรม วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงผลการวิจัยประเมินผลกระทบของโครงการเงินอุดหนุนฯ ซึ่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ร่วมกับ Economic and Policy Research Institute (EPRI) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำเนินการวิจัยภายใต้การสนับสนุนจากยูนิเซฟ และ สสส. พบว่า 1) เด็กแรกเกิดที่ได้รับเงินอุดหนุนฯ มีภาวะทางโภชนาการดีกว่า เสี่ยงภาวะเตี้ยหรือกล้ามเนื้อลีบน้อยกว่า แม่สามารถให้นมได้มากขึ้นหรือหาซื้อนมหรืออาหารเสริมได้เพียงพอ 2) เด็กเข้าถึงบริการหลังคลอดได้มากขึ้น เช่น ฉีดวัคซีน รักษาพยาบาล และ 3) แม่ของเด็กสามารถควบคุมรายได้ตัวเองได้มากขึ้น มีสิทธิตัดสินใจในการดูแลเด็กได้มากกว่า แต่น่าเสียดายที่ยังมีเด็กยากจน/เสี่ยงจนตกหล่นอีกร้อยละ 30 ทำให้เสียโอกาสในการได้รับโภชนาการที่ดีและเข้าถึงบริการต่างๆ ของภาครัฐ

     “การให้สวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กอายุ 0-6 ปี แบบถ้วนหน้า จึงเป็นรูปแบบสวัสดิการพื้นฐานที่ควรทำให้เกิดความเป็นธรรมกับเด็กทุกคน โดยไม่ต้องคำนึงถึงความยากดีมีจน เพื่อแก้ปัญหาการตกหล่นและเป็นหลักประกันให้เด็กทุกคนได้รับการดูแลอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน เพราะเมื่อเด็กมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เท่ากับเป็นการสร้างทุนทรัพยากรมนุษย์ให้สังคม ทั้งความฉลาดทางสติปัญญา (IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) เพราะเด็กในวันนี้จะเติบโตขึ้นมาเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศต่อไป” นางสุนี กล่าว

     ด้าน ผู้อำนวยการ สำนัก 4 สสส. ยังได้สรุปถึงทิศทางการขับเคลื่อนงานสุขภาวะเด็กปฐมวัย ทิ้งท้ายว่า อยากให้พ่อแม่หรือผู้ดูแลเด็กมีความเข้าใจและดูแลเด็กได้เหมาะสมตามช่วงวัย ส่วนในเรื่องนโยบาย ในอนาคตอยากขับเคลื่อนนโยบายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมีชีวิตการงานและชีวิตครอบครัวที่สมดุลของคนทำงาน เพราะเด็กปฐมวัยส่วนใหญ่อยู่ในการดูแลของวัยแรงงาน สสส. จึงอยากชวนผู้ประกอบการให้เพิ่มการสนับสนุนให้พนักงานสามารถดูแลครอบครัวได้ดีขึ้น ส่วนในมิติการยกระดับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สสส. พร้อมเข้าไปช่วยสนับสนุนให้ศูนย์ฯ ที่ยังปฏิบัติงานได้ไม่ถึงตามเกณฑ์มาตรฐานพัฒนาขีดความสามารถให้ผ่านเกณฑ์ ซึ่งปัจจุบันยังมีอีกหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ เชื่อว่าหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน จะส่งผลในการช่วยพัฒนาและส่งเสริมให้เด็กไทยมีสุขภาวะที่ดีสมวัยอย่างก้าวกระโดด

     “ผลวิจัยเรื่องการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุนโดย สสส.และองค์กรภาคี พบว่า ทุกๆ 1 บาทที่ลงทุนในโครงการเพื่อพัฒนาสุขภาวะเด็กปฐมวัย  ได้ผลตอบแทนทางสังคมประมาณ 7 บาท โดยผลประโยชน์จากการลงทุนเกินกว่าครึ่งหนึ่งตกแก่เด็กๆ และผลประโยชน์บางส่วนตกแก่ผู้ปกครองและชุมชน สังคมไทยเป็นสังคมสูงวัย เด็กทุกคนคือทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสำคัญ ปฐมวัยคือวัยของการสร้างต้นทุนทางสุขภาพ  การมีต้นทุนทางสุขภาพที่ดีจะส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพลดลงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ เท่ากับว่า ในอนาคตเราจะเสียเงินในการรักษาปัญหาสุขภาพน้อยลงด้วย” ณัฐยา กล่าวทิ้งท้าย

     งานสร้างเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัยก็เหมือนกับการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ หากเมล็ดพันธุ์ไม่ดี ดินไม่ดี น้ำไม่ดี ไม่เคยพรวนดิน เมล็ดพันธุ์นั้นก็คงยากที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นต้นไม้ที่สมบูรณ์ให้ดอก ผล และร่มเงา

 

     ที่มา  :  https://www.khaosod.co.th

Tag :

แผนผังเว็บไซต์